จำนองเป็นวิธีใช้อสังหาริมทรัพย์แปลงเงินก้อนที่ "ปลอดภัยที่สุด" สำหรับเจ้าของทรัพย์ เพราะชื่อในโฉนดยังเป็นของคุณตลอดสัญญา บทความนี้ปูพื้นฐานให้ครบก่อนตัดสินใจ
คุณ (ผู้จำนอง) นำโฉนดไปจดทะเบียนเป็นหลักประกันการกู้เงินกับผู้ให้กู้ (ผู้รับจำนอง) ณ สำนักงานที่ดิน โดยตัวโฉนดจะถูกบันทึกภาระจำนองไว้หลังโฉนด กรรมสิทธิ์ไม่โอนไปไหน — คุณยังอยู่อาศัย ปล่อยเช่า หรือใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เมื่อชำระหนี้ครบ ก็จดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ภาระหลุดจากโฉนด
ไม่ได้ — นี่คือจุดแข็งของจำนอง เจ้าหนี้ต้องส่งหนังสือทวงถามให้เวลาชำระ หากยังไม่ชำระจึงฟ้องศาลเพื่อ "บังคับจำนอง" ให้ยึดทรัพย์ออกขายทอดตลาด เงินที่ขายได้หักหนี้แล้วเหลือเท่าไหร่ต้องคืนเจ้าของทรัพย์ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาและอยู่ใต้การกำกับของศาล ลูกหนี้มีจังหวะเจรจาตลอดทาง
| หัวข้อ | ตัวเลขทั่วไป |
|---|---|
| วงเงินจำนอง | มักได้ราว 40–50% ของราคาประเมิน (HOME EASY CASH สูงสุด 50%) |
| เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย | ไม่เกิน 15% ต่อปี (ของเราเริ่ม 0.75% ต่อเดือน = 9% ต่อปี) |
| ค่าจดจำนอง ณ กรมที่ดิน | 1% ของวงเงินจำนอง (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท) |
| ระยะสัญญา | ตกลงกันได้อิสระ นิยม 1–3 ปี ต่ออายุ/ไถ่ก่อนได้ |
ถ้าต้องการวงเงินสูงกว่านั้น ขายฝากจะให้วงเงินถึง 80% แลกกับกรรมสิทธิ์ที่โอนไปชั่วคราวระหว่างสัญญา — เทียบสองแบบละเอียดได้ที่ จำนอง vs ขายฝาก ต่างกันอย่างไร
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี โปรดตรวจสอบเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินหรือปรึกษาเราก่อนตัดสินใจ