เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนจำนองบ้านหรือขายฝากที่ดิน มีอะไรบ้าง?

เอกสารจำนองบ้านและขายฝากที่ดิน พร้อมโฉนดและเอกสารประจำตัวกับ HomeEasyCash

ก่อนเริ่มต้นจำนองบ้าน จำนองที่ดิน หรือขายฝากอสังหาริมทรัพย์ การเตรียมเอกสารให้ครบเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ช่วยลดความล่าช้าและทำให้การประเมินเบื้องต้นมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะทีมงานต้องตรวจสอบทั้งตัวเจ้าของทรัพย์ สถานะกรรมสิทธิ์ รายละเอียดของทรัพย์ และภาระผูกพันที่มีอยู่

หลายคนเริ่มติดต่อด้วยการแจ้งเพียงว่า “มีบ้านต้องการเงินก้อน” หรือ “มีโฉนดอยากประเมินวงเงิน” แต่ยังไม่ได้เตรียมรูปโฉนด พิกัดทรัพย์ หรือข้อมูลยอดหนี้เดิม ทำให้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าทรัพย์อยู่ที่ใด มีลักษณะอย่างไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

การเตรียมเอกสารไม่ได้หมายความว่าต้องส่งเอกสารสำคัญทั้งหมดให้บุคคลที่ยังไม่รู้จักทันที เจ้าของทรัพย์ควรส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นในแต่ละขั้นตอน ปกปิดข้อมูลส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องเมื่อประเมินเบื้องต้น และตรวจสอบว่ากำลังติดต่อกับใครก่อนให้เอกสารฉบับเต็ม

บทความนี้ HomeEasyCash ได้รวบรวมเอกสารที่ควรเตรียมก่อนจำนองบ้านหรือขายฝากที่ดิน พร้อมอธิบายว่าเอกสารแต่ละรายการใช้ตรวจสอบเรื่องอะไร ควรถ่ายภาพแบบใด และควรระวังอะไรเมื่อต้องส่งข้อมูลส่วนตัว

 

ทำไมการเตรียมเอกสารให้ครบจึงสำคัญ

การประเมินอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ดูจากคำบอกเล่าหรือราคาที่เจ้าของคาดหวังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูข้อมูลจากเอกสารและสภาพทรัพย์จริงประกอบกัน

เอกสารที่ครบช่วยให้ตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้ได้

  • ผู้ติดต่อเป็นเจ้าของทรัพย์หรือเกี่ยวข้องกับเจ้าของอย่างไร
  • ทรัพย์เป็นบ้าน ที่ดิน คอนโด หรืออาคารประเภทใด
  • ใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
  • เนื้อที่หรือพื้นที่ใช้สอยเท่าไร
  • ที่ตั้งและพิกัดอยู่บริเวณใด
  • มีภาระจำนองหรือข้อจำกัดอะไรอยู่หรือไม่
  • ต้องปิดภาระเดิมเป็นจำนวนเท่าไร
  • ต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลอื่นหรือไม่
  • จำนวนเงินที่ต้องการสัมพันธ์กับมูลค่าทรัพย์หรือไม่
  • ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมก่อนทำนิติกรรมหรือไม่

หากข้อมูลสำคัญขาดหาย การแจ้งวงเงินหรือเงื่อนไขอาจคลาดเคลื่อน และต้องสอบถามซ้ำหลายครั้ง

 

เอกสารประจำตัวของเจ้าของทรัพย์

เอกสารประจำตัวใช้ตรวจสอบชื่อ นามสกุล เลขประจำตัว และสถานะของผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้ตรงกับเอกสารสิทธิ

  • บัตรประจำตัวประชาชน ควรตรวจสอบว่าบัตรยังไม่หมดอายุ ชื่อและนามสกุลตรงกับโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด

หากชื่อในบัตรไม่ตรงกับเอกสารสิทธิ เช่น มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ต้องเตรียมเอกสารประกอบการเปลี่ยนแปลงนั้น

สำหรับการประเมินเบื้องต้น ควรระวังการส่งภาพบัตรให้บุคคลที่ไม่รู้จัก และอาจใส่ลายน้ำระบุวัตถุประสงค์ เช่น “ใช้สำหรับประเมินทรัพย์กับ HomeEasyCash เท่านั้น” ลายน้ำไม่ควรบดบังชื่อหรือข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ

  • ทะเบียนบ้าน ทะเบียนบ้านใช้ตรวจสอบข้อมูลบุคคลและที่อยู่ ทะเบียน แต่ที่อยู่ในทะเบียนบ้านไม่จำเป็นต้องเป็นที่ตั้งเดียวกับทรัพย์ที่ต้องการจำนองหรือขายฝาก

หากเจ้าของย้ายทะเบียนบ้านหรือข้อมูลไม่ตรงกับปัจจุบัน ควรแจ้งทีมงานตามจริง

  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล กรณีชื่อในโฉนดเป็นชื่อเดิม แต่บัตรประชาชนเป็นชื่อใหม่ ต้องเตรียมเอกสารที่เชื่อมโยงชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน เช่น
    • ใบเปลี่ยนชื่อตัว
    • ใบเปลี่ยนนามสกุล
    • ทะเบียนสมรส
    • ใบหย่า
    • เอกสารทางราชการที่เกี่ยวข้อง
      หากมีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ควรเตรียมเอกสารให้เห็นลำดับต่อเนื่องทั้งหมด
  • เอกสารเกี่ยวกับสถานะสมรส ในบางกรณี การทำนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อาจต้องตรวจสอบว่าทรัพย์เป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส และจำเป็นต้องมีความยินยอมของคู่สมรสหรือไม่
    เอกสารที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
    • ทะเบียนสมรส
    • ใบสำคัญการหย่า
    • หนังสือยินยอมของคู่สมรส
    • บัตรประชาชนของคู่สมรส
    • ทะเบียนบ้านของคู่สมรส
    • ใบมรณบัตรของคู่สมรส หากเกี่ยวข้องกับสถานะทรัพย์
      รายละเอียดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี จึงควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนวันนัดหมาย
  • เอกสารสิทธิของทรัพย์ เอกสารสิทธิเป็นเอกสารหลักที่ใช้ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ ขนาดทรัพย์ และรายการจดทะเบียน
  • โฉนดที่ดิน กรณีบ้าน ที่ดินเปล่า อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ควรเตรียมภาพโฉนดที่ดินให้ชัดเจน
    ควรถ่ายให้เห็นข้อมูลต่อไปนี้
    • เลขที่โฉนด
    • เลขที่ดิน
    • หน้าสำรวจ
    • ตำบล อำเภอ และจังหวัด
    • ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์
    • เนื้อที่
    • รูปแผนที่หลังโฉนด
    • รายการจดทะเบียนทุกหน้า
    • ภาระจำนอง
    • ภาระจำยอม
    • การแบ่งแยก
    • การโอนหรือรายการเปลี่ยนแปลงอื่น
      อย่าถ่ายเฉพาะหน้าแรก เพราะรายละเอียดภาระมักอยู่ในรายการจดทะเบียนด้านหลัง
  • หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด กรณีคอนโดควรเตรียมหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ซึ่งใช้ตรวจสอบ
    • ชื่ออาคารชุด
    • เลขที่ห้อง
    • ชั้น
    • พื้นที่ห้อง
    • ชื่อเจ้าของ
    • อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง
    • รายการจดทะเบียน
    • ภาระจำนองเดิม
      ควรถ่ายทุกหน้าที่มีข้อมูลและรายการจดทะเบียนให้ชัดเจน
  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือเอกสารประเภทอื่น ที่ดินบางแปลงไม่ได้มีโฉนด แต่อาจมีเอกสารสิทธิประเภทอื่น เจ้าของไม่ควรสรุปเองว่าเอกสารทุกประเภทสามารถใช้ดำเนินการได้เหมือนกัน
    ควรส่งภาพเอกสารให้ตรวจสอบประเภท สิทธิของผู้ถือ และข้อจำกัดก่อนเริ่มต้นประเมิน
  • เอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง กรณีมีบ้าน อาคาร โรงงาน หรือสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ควรเตรียมข้อมูลที่ช่วยยืนยันรายละเอียดของอาคาร
    เอกสารอาจประกอบด้วย
    • ทะเบียนบ้านของสิ่งปลูกสร้าง
    • ใบอนุญาตก่อสร้าง หากมี
    • แบบแปลนอาคาร หากมี
    • หนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้างตามกรณี
    • เอกสารเลขที่บ้าน
    • ใบอนุญาตใช้อาคารสำหรับอาคารบางประเภท
    • รายละเอียดพื้นที่ใช้สอย
    • อายุอาคาร
    • ประวัติการปรับปรุง
      หากไม่มีเอกสารบางรายการ ควรแจ้งตามจริง ไม่ควรจัดทำข้อมูลขึ้นเอง
  • เอกสารกรณีทรัพย์ยังมีภาระเดิม หากบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดยังติดจำนองกับธนาคารหรือเจ้าหนี้เดิม ต้องตรวจสอบยอดภาระก่อน เพราะมีผลต่อเงินสุทธิที่จะเหลือ
  • ใบแจ้งยอดล่าสุด ควรเตรียมใบแจ้งยอดที่แสดง
    • เลขที่สัญญา
    • ยอดเงินต้นคงเหลือ
    • ดอกเบี้ย
    • ค่างวด
    • สถานะค้างชำระ
    • ค่าปรับ หากมี
    • วันที่ของข้อมูล
      ยอดในใบแจ้งหนี้รายเดือนไม่จำเป็นต้องเท่ากับยอดปิดบัญชีในวันทำนิติกรรม
  • หนังสือแจ้งยอดปิดบัญชี หากกำลังพิจารณาปิดภาระเดิม ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอยอดปิดตามวันที่คาดว่าจะดำเนินการ ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่
    • เงินต้นคงเหลือ
    • ดอกเบี้ยถึงวันปิด
    • ค่าปรับ
    • ค่าธรรมเนียม
    • เลขที่บัญชีสำหรับชำระ
    • ขั้นตอนรับเอกสารปลดภาระ
    • วันที่เจ้าหนี้พร้อมไปดำเนินการ
      ยอดปิดมีอายุจำกัดตามวันที่ระบุ จึงควรขอใกล้กับวันดำเนินการจริง
  • สัญญาจำนองหรือสัญญาเดิม ใช้ตรวจสอบเงื่อนไขของภาระเดิม เช่น
    • วงเงินจำนอง
    • อัตราดอกเบี้ย
    • ระยะเวลา
    • เงื่อนไขชำระก่อนกำหนด
    • ค่าปรับ
    • สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา
      หากหาเอกสารไม่พบ ควรติดต่อเจ้าหนี้เดิมเพื่อขอสำเนาหรือข้อมูลที่จำเป็น
  • เอกสารกรณีมีหนี้ค้างหรือคดี หากทรัพย์หรือเจ้าของมีข้อพิพาท คดี หรือการบังคับคดี ควรแจ้งตั้งแต่ต้นและเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น
    • หนังสือทวงถาม
    • หมายศาล
    • คำพิพากษา
    • หนังสือจากกรมบังคับคดี
    • เอกสารอายัด
    • หนังสือจากเจ้าหนี้
    • ข้อตกลงประนอมหนี้
      การปกปิดข้อมูลอาจทำให้การประเมินคลาดเคลื่อนและไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้ได้
  • รูปถ่ายทรัพย์ที่ควรเตรียม รูปถ่ายช่วยให้เห็นสภาพทรัพย์จริงก่อนนัดตรวจสถานที่
    • บ้านหรือทาวน์โฮม ควรถ่าย
      • ด้านหน้าบ้าน
      • ถนนหน้าบ้าน
      • บ้านข้างเคียง
      • ห้องรับแขก
      • ห้องนอน
      • ห้องน้ำ
      • ห้องครัว
      • พื้นที่จอดรถ
      • หลังบ้าน
      • จุดชำรุด
      • เลขที่บ้านหรือป้ายโครงการ
      • พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ
        ไม่จำเป็นต้องจัดแต่งเกินจริง แต่ควรเก็บของส่วนตัวและทำให้เห็นโครงสร้างห้องชัดเจน
    • คอนโด ควรถ่าย
      • อาคารด้านนอก
      • ป้ายโครงการ
      • ทางเข้า
      • ล็อบบี้
      • ทางเดินหน้าห้อง
      • ภายในห้อง
      • วิว
      • ห้องน้ำ
      • ครัว
      • ระเบียง
      • พื้นที่ส่วนกลาง
      • ที่จอดรถ
      • จุดชำรุด
    • ที่ดินเปล่า ควรถ่าย
      • ทางเข้าจากถนนหลัก
      • ถนนติดที่ดิน
      • หน้ากว้างแปลง
      • ระดับที่ดิน
      • ด้านซ้ายและขวา
      • พื้นที่โดยรอบ
      • เสาไฟและประปา
      • จุดน้ำท่วมขัง
      • แนวเขตโดยประมาณ
      • สิ่งปลูกสร้างหรือการบุกรุก หากมี
        รูปควรถ่ายในช่วงกลางวันและไม่ควรใช้ฟิลเตอร์ที่ทำให้สภาพทรัพย์คลาดเคลื่อน
  • พิกัดและแผนที่ทรัพย์ ควรส่งพิกัดที่เปิดแล้วนำไปถึงทรัพย์ได้จริง ไม่ควรส่งเพียงชื่อหมู่บ้านหรือชื่อถนน ข้อมูลที่ช่วยได้ ได้แก่
    • Google Maps Pin
    • ลิงก์ตำแหน่ง
    • รูปหน้าจอแผนที่
    • เส้นทางจากถนนหลัก
    • จุดสังเกตใกล้เคียง
    • ชื่อซอย
    • ระยะจากสถานที่สำคัญ
      สำหรับที่ดินเปล่า ควรตรวจว่าหมุดอยู่บนแปลงจริง ไม่ใช่อยู่กลางตำบลหรือบริเวณใกล้เคียง
  • ข้อมูลจำนวนเงินที่ต้องการ นอกจากเอกสารทรัพย์ เจ้าของควรแจ้งข้อมูลทางการเงินที่จำเป็นต่อการวางแผน
    • จำนวนเงินที่ต้องการ
    • จำนวนขั้นต่ำที่รับได้
    • วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน
    • ระยะเวลาที่ต้องการใช้เงิน
    • วันที่ต้องการดำเนินการ
    • ภาระเดิมที่ต้องปิด
    • รายรับที่จะใช้ชำระ
    • แผนสำรอง
    • ต้องการจำนองหรือขายฝาก
    • ยังไม่แน่ใจและต้องการเปรียบเทียบทางเลือก
      การแจ้งจำนวนเงินที่ชัดเจนช่วยลดการประเมินวงเงินเกินความจำเป็น
  • เอกสารแสดงรายได้จำเป็นหรือไม่ การใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันอาจให้ความสำคัญกับตัวทรัพย์ แต่ข้อมูลรายได้ยังมีประโยชน์ต่อการประเมินความสามารถในการชำระและความเหมาะสมของภาระ เอกสารที่อาจใช้ ได้แก่
    • สลิปเงินเดือน
    • หนังสือรับรองเงินเดือน
    • รายการเดินบัญชี
    • เอกสารรายได้ธุรกิจ
    • ใบทะเบียนพาณิชย์
    • งบการเงิน
    • ใบสั่งซื้อ
    • สัญญาว่าจ้าง
    • สัญญาเช่า
    • หลักฐานรายได้ค่าเช่า
    • เอกสารภาษี
      ไม่ควรสร้างเอกสารรายได้เท็จ เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาและทำให้ประเมินความสามารถผิดจากความจริง

กรณีเจ้าของทรัพย์เป็นนิติบุคคล

หากทรัพย์เป็นชื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน เอกสารจะแตกต่างจากบุคคลธรรมดา อาจต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • ข้อบังคับบริษัท
  • รายงานการประชุม
  • มติอนุมัติการทำนิติกรรม
  • บัตรประชาชนกรรมการ
  • ทะเบียนบ้านกรรมการ
  • ตราประทับบริษัท หากกำหนด
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • เอกสารภาษี
  • งบการเงิน
    เอกสารบางรายการอาจต้องออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด จึงควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อนขอเอกสารใหม่

กรณีทรัพย์มีผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายคน

หากโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์มีชื่อหลายคน ต้องแจ้งผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุกคน

ควรเตรียม

  • เอกสารประจำตัวของเจ้าของทุกคน
  • ข้อมูลความสัมพันธ์
  • ความยินยอมของทุกฝ่าย
  • เอกสารมอบอำนาจ หากมี
  • ข้อตกลงแบ่งเงิน
  • เอกสารมรดก หากเกี่ยวข้อง

เจ้าของคนหนึ่งไม่ควรตกลงแทนคนอื่นโดยไม่มีอำนาจหรือความยินยอมที่ถูกต้อง

กรณีเจ้าของทรัพย์เสียชีวิต

หากชื่อในโฉนดเป็นบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว ต้องดำเนินการเรื่องมรดกและตรวจสอบผู้มีสิทธิก่อน

เอกสารที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ใบมรณบัตร
  • พินัยกรรม
  • คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
  • เอกสารทายาท
  • ทะเบียนบ้าน
  • เอกสารการโอนมรดก

ไม่ควรนำทรัพย์ของผู้เสียชีวิตไปตกลงทำธุรกรรมก่อนตรวจสอบอำนาจและสิทธิให้เรียบร้อย

วิธีส่งเอกสารอย่างปลอดภัย

เอกสารอสังหาริมทรัพย์และเอกสารประจำตัวเป็นข้อมูลสำคัญ เจ้าของควรใช้ความระมัดระวัง

ตรวจสอบผู้รับเอกสาร

ควรทราบชื่อบริษัท ช่องทางติดต่อ เว็บไซต์ สถานที่ตั้ง และผู้รับผิดชอบก่อนส่งเอกสารฉบับเต็ม

ใส่ลายน้ำ

เอกสารสำเนาสามารถใส่ข้อความระบุวัตถุประสงค์ เช่น

“ใช้สำหรับประเมินทรัพย์กับ HomeEasyCash วันที่ … เท่านั้น”

ไม่ส่งรหัสสำคัญ

ห้ามส่ง

  • รหัสผ่าน
  • รหัส OTP
  • รหัสบัตร ATM
  • PIN
  • ข้อมูลเข้าแอปธนาคาร
  • ภาพบัตรเครดิตทั้งหน้าและหลัง

แยกการส่งเป็นขั้นตอน

ช่วงประเมินเบื้องต้นอาจส่งเพียงภาพโฉนด พิกัด รูปทรัพย์ และข้อมูลภาระก่อน ส่วนเอกสารส่วนบุคคลฉบับเต็มส่งเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบจริง

เก็บหลักฐานการส่ง

เก็บประวัติการสนทนา อีเมล รายชื่อผู้รับ และวันที่ส่งไว้ เผื่อจำเป็นต้องตรวจสอบภายหลัง

เช็กลิสต์เอกสารก่อนส่งประเมินเบื้องต้น

เอกสารขั้นต่ำ

  • ภาพโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์
  • รายการจดทะเบียนด้านหลัง
  • พิกัดทรัพย์
  • รูปทรัพย์
  • จำนวนเงินที่ต้องการ
  • ภาระเดิม
  • เบอร์ติดต่อ

เอกสารเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบ

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ
  • เอกสารคู่สมรส
  • เอกสารภาระเดิม
  • เอกสารรายได้
  • เอกสารนิติบุคคล หากเกี่ยวข้อง
  • เอกสารมอบอำนาจ หากมี

เอกสารวันทำนิติกรรม

ควรยืนยันรายการกับสำนักงานที่ดินและคู่สัญญาอีกครั้ง เพราะแต่ละกรณีอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ส่งโฉนดเฉพาะด้านหน้า
  • รูปเอกสารไม่ชัด
  • ปกปิดภาระเดิม
  • พิกัดไม่ตรงทรัพย์
  • แจ้งราคาซื้อแทนมูลค่าปัจจุบัน
  • ไม่แจ้งผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม
  • ชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน
  • ไม่เตรียมเอกสารคู่สมรส
  • ส่งข้อมูลส่วนตัวให้บุคคลที่ไม่รู้จัก
  • ส่งรหัส OTP
  • ลงนามในเอกสารว่าง
  • ไม่เก็บสำเนาเอกสาร
  • ไม่ตรวจยอดปิดหนี้ล่าสุด
  • คิดว่าเอกสารครบแล้วแปลว่าต้องได้รับวงเงินตามต้องการ

ขั้นตอนการเตรียมเอกสารแบบเป็นระบบ

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจชื่อเจ้าของ ดูว่าโฉนดเป็นชื่อใคร มีผู้ถือกรรมสิทธิ์กี่คน และชื่อปัจจุบันตรงกับเอกสารหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจภาระหลังโฉนด อ่านรายการจดทะเบียนทั้งหมด หากไม่เข้าใจให้สอบถาม ไม่ควรคาดเดาเอง

ขั้นตอนที่ 3 ขอข้อมูลภาระเดิม ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอยอดคงเหลือและยอดปิดที่อัปเดต

ขั้นตอนที่ 4 ถ่ายรูปทรัพย์ ถ่ายทั้งจุดเด่นและจุดที่ต้องซ่อม เพื่อให้ประเมินจากข้อมูลจริง

ขั้นตอนที่ 5 ส่งพิกัด ตรวจลิงก์ด้วยตนเองก่อนว่ากดแล้วถึงทรัพย์ถูกแปลง

ขั้นตอนที่ 6 ระบุจำนวนเงิน คำนวณจำนวนที่จำเป็นและเงินสุทธิที่ต้องการหลังหักภาระเดิม

ขั้นตอนที่ 7 เตรียมเอกสารเพิ่มเติม เตรียมเอกสารคู่สมรส มรดก นิติบุคคล หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมตามกรณี

สรุป

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนจำนองบ้านหรือขายฝากที่ดินไม่ได้มีเพียงบัตรประชาชนและโฉนด แต่ยังรวมถึงเอกสารสถานะบุคคล ข้อมูลคู่สมรส ภาระเดิม รูปถ่าย พิกัด ข้อมูลรายได้ และแผนการใช้เงิน

เจ้าของทรัพย์ควรเริ่มจากส่งข้อมูลขั้นต่ำสำหรับประเมินเบื้องต้นก่อน และส่งเอกสารส่วนบุคคลเพิ่มเติมเมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบกับผู้ให้บริการที่ตรวจสอบตัวตนได้แล้ว

การเตรียมข้อมูลครบ ชัดเจน และตรงกับความจริง ช่วยให้ประเมินได้รวดเร็ว ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้เจ้าของเห็นเงินสุทธิ ต้นทุน และขั้นตอนก่อนตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น

มีบ้าน ที่ดิน คอนโด หรืออาคารพาณิชย์ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร?

ส่งภาพโฉนด พิกัด รูปทรัพย์ และข้อมูลภาระเดิมให้ทีมงาน HomeEasyCash ช่วยตรวจสอบรายการเอกสารเบื้องต้นก่อนดำเนินการ

ข่าวสารเพิ่มเติม